อีสานตุ้มโฮม ชุมชนคนอีสานออนไลน์ ศูนย์รวมแหล่งเรียนรู้ศิลปะวัฒนธรรมประเพณีอีสาน

อีสานตุ้มโฮมดอทคอม

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
จำนวนการทักทาย1086ข้อความ

ทักทายพี่น้อง

ดู: 1723|ตอบ: 0

การปลูกไผ่เลี้ยง [คัดลอกลิงก์]

ฅนภูไท สมาชิกนี้ถูกลบไปแล้ว
โพสต์เมื่อ 2011-2-10 21:42:53 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
Untitled Document อีสานตุ้มโฮมดอทคอม ชุมชนคนอีสานออนไลน์ ร่วมสืบสานงานศิลป์ถิ่นอีสาน
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ฅนภูไท เมื่อ 2011-2-14 00:51

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ฅนภูไท เมื่อ 2011-2-10 22:43

การปลูกไผ่เลี้ยง



พันธุ์ไผ่เลี้ยง

1.พันธ์หนัก เป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตหน่อได้ปกติในช่วงฤดูฝน (มิถุนายน – สิงหาคม) แต่ถ้าจะผลิตเป็นหน่อไผ่นอกฤดูหรือต้นฤดูฝน ผลผลิตที่ได้จะไม่คุ้มกับทุน 2.พันธุ์เบา เป็นพันธุ์ที่สามารถให้หน่อไผ่ ตกในช่วงฤดูฝน และสามารถผลิตเป็นหน่อไผ่นอกฤดูได้ดีมาก เพราะมีลักษณะเด่น คือ ถ้าได้น้ำ ได้ปุ๋ยแล้วจะให้หน่อทันที ถ้าเกษตรกรปลูกมีการบำรุงรักษาดี ผลผลิตก็ยิ่งจะเพิ่มมากขึ้น ฉะนั้น จึงขอแนะนำให้ผู้ที่จะปลูกไผ่เลี้ยงขายหน่อ ควรปลูกพันธุ์เบา



การคัดเลือกพื้นที่ปลูกสวนไผ่
สภาพพื้นที่ที่เหมาะสำหรับปลูกไผ่เลี้ยง ควรมีลักษณะเป็นดินร่วนปนทราย ถ้าเป็นดินเหนียว ดินโคกลูกรัง การเจริญเติบโต และการให้หน่อจะไม่ดี


การเตรียมดินปลูก
-ไถครั้งแตกด้วยรถไถผาน 3 ทิ้งไว้ประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ เพื่อกำจัดวัชพืช
-ไถครั้งที่ 2 ด้วยรถไถผาน 7 เพื่อปรับสภาพดินให้ร่วนซุย เหมาะแก่การปลูกพืช






ระยะปลูก
สามารถปลูกได้หลายขนาด ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของการใช้เครื่องมือในการจัดการแปลงหลังปลูก
1.ระยะระหว่างต้น x ระหว่างแถว 2 x 4 ม. 1 ไร่ ปลูกได้ 200 ต้น
2.ระยะระหว่างต้น x ระหว่างแถว 4 x 4 ม. 1 ไร่ ปลูกได้ 100 ต้น
3.ระยะระหว่างต้น x ระหว่างแถว 4 x 6 ม. 1 ไร่ ปลูกได้ 66 ต้น
ที่เหมาะสมสำหรับเกษตรกรทั่วไป ควรปลูกระยะ 4 x 4 ม.

การปลูก
1.ปลูกด้วยตอชำถุง (มีค. – กค.) ขุดหลุ่มขนาด 50 50 50 ซม. รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักประมาณ 1 ปุ้งกี๋ คลุกเคล้าเข้ากับดินลงในหลุมปลูก ฉีกถุงดำออกอย่าให้ดินแตก นำลงหลุมกลบดินให้แน่น แล้วรดน้ำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง (ถ้าฝนไม่ตก)
2.ปลูกด้วยเหง้า หรือตอไผ่ที่ไม่ได้ชำถุง โดยขุดเหง้าหรือตอไผ่ แล้วนำไปปลูกทันทีด้วยการขุดหลุมเฉพาะ ไม่ต้องรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก ปลูกแล้วกลบดินให้แน่น รดน้ำให้ชุ่มสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ช่วงที่เหมาะสมในการปลูกโดยวิธีนี้ คือ เดือน มค. – เมย. เหมาะสำหรับผู้ที่มีแหล่งน้ำและสะดวกในการให้น้ำ


การดูแลรักษา
-ถ้าไม่มีฝนตกควรรดน้ำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
-กำจัดวัชพืชทำความสะอาดแปลงอย่าปล่อยให้หญ้าคลุม
-เมื่อไผ่ปลูกได้ 7 เดือน ควรตัดแต่งกิ่งและลำต้นที่เล็กออกให้เหลือไว้แต่ต้นที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 – 5 ซม. แล้วพรวนดินรอบกอ ให้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก กอละประมาณ 5 – 10 กก. คลุมโคนด้วยเศษหญ้า ใบไม้แห้ง หรือฟางข้าว เพื่อเก็บรักษาความชื้นในดิน ถ้ามีน้ำในไร่นาควรให้น้ำตลอดช่วงฤดูแล้ง เพื่อเร่งการเจริญเติบโต
-เมื่อไผ่มีอายุได้ 8 เดือน ขึ้นไป ก็จะสามารถให้หน่อและเพิ่มจำนวนต้นในแต่ละกอ เพื่อจะได้ปริมาณจำนวนต้นไว้ผลิตหน่อในฤดูต่อไป


เทคนิคการตัดแต่งกอและกิ่งไผ่
-หลักสำคัญในการตัดแต่งกิ่งไผ่ อยู่ที่ปีที่ 2 ซึ่งจะต้องตัดต้นที่แก่และยู่ชิดกันออก โดยใช้เลื่อยตัดแต่งกิ่งเฉพาะ จะสะดวกให้เหลือจำนวนต้นไว้ในแต่ละกอ ไม่เกิน 12 ตัน ต่อไป (การตัดแต่งควรตัดทุกปีอย่างต่อเนื่อง ปีละ 1 ครั้ง)
-ฤดูกาลที่เหมาะสมในการตัดแต่งกิ่ง คือเดือน ธค. – มค.
-หลังตัดแต่งเสร็จให้ใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก กอละประมาณ 15 – 20 กก. แล้วให้น้ำทันที เพื่อเร่งให้ได้ผลผลิตหน่อไผ่ช่วงต้นฤดู ซึ่งขายได้ราคาสูง
-ถ้าจะเร่งการออกหน่อ และเพิ่มผลผลิตให้มากยิ่งขึ้น ให้เสริมด้วยปุ๋ยเคมี สูตร 25-7-7 หรือ 46-0-0 กอละประมาณ 2 กำมือ โดยใส่รอบๆ กอ แล้วจึงกลบด้วยปุ๋ยคอกแล้วให้น้ำทันที ถ้าไม่มีน้ำให้ก็ต้องรอเก็บผลผลิตในฤดูฝนตามปกติ แต่ผลผลิตก็จะได้มากกว่า สวนที่ไม่มีการตัดแต่งใส่ปุ๋ยอย่างแน่นอน



การเก็บผลผลิตหน่อไผ่
-ขนาดความยาวของหน่อไผ่ที่เหมาะสม 40 – 50 ซม. หรือ ถ้าเห็นหน่อไผ่พ้นดินขึ้นมาให้รออีก 4-6 วัน ก็เก็บเกี่ยวได้
-ช่วงเดือนสิงหาคม ควรคัดเลือกหน่อที่มีลักษณะสมบูรณ์และแตกหน่อออกอยู่ห้างกอไว้เป็นลำต้นต่อไป
-ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ 1,700 กก.
-รายได้เฉลี่ย 17,000 บาท/ไร่


การขยายพันธุ์ไผ่
การขยายพันธุ์ไผ่เลี้ยง ทำได้ 2 ลักษณะ

1.ขยายพันธุ์โดยการขุดเอาเหง้าของลำต้นไผ่ที่มีอายุ 1 ปี แต่ไม่ควรเกิน 1 ปีครึ่ง เมื่อขุดออกมาแล้วควรตัดให้เหลือตอไว้ประมาณ 40 ซม. และตัดแต่งรากออกพอประมาณ เพื่อสะดวกในการปักชำ ถุงที่เหมาะสมควรเป็นถุงดำขนาด 5 x 11 นิ้ว ขึ้นไป ส่วนผสมของดินบรรจุถุง คือ หน้าดิน 1 ส่วน และแกลบดำ 1 ส่วน ผสมคลุกเคล้า แล้วใส่ลงในถุงนำเหง้าไผ่ที่เรียมไว้ลงถุงกลบดินแกลบให้แน่น ตั้งถุงเรียงไว้กลางแจ้ง รดน้ำให้พอชุ่มอยู่ตลอดประมาณ 15 วัน ก็จะเริ่มแตกแขนง
ครบ 2 เดือน นำไปปลูกได้ ช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมในการขยายพันธุ์ตามแบบที่ 1 คือ เดือน กพ. – พค.

2.ขยายพันธุ์โดยการใช้เหง้า จากส่วนที่เป็นเหง้าของหน่อที่ถูกตัดไปขาย แล้วเหลือตอติดดินไว้แตกแขนงขึ้นมารอให้แขนงที่แตกมาใหม่ มีใบแก่ (แตกใบขิง) จึงขุดเหง้าพร้อมแขนงนี้มาชำถุง แต่ต้องตัดกิ่งแขนงส่วนบนออกให้เหลือติดเหง้าขึ้นไปยาวประมาณ 30 – 40 ซม. ใช้วัสดุชำเหมือนกับการขยายพันธุ์แบบที่ 1 ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการชำแบบที่ 2 คือ ตั้งแต่เดือน พย. – พค.




โรคและแมลงศัตรูไผ่
-โรค ยังไม่มีปรากฏที่ชัดเจน
-แมลงศัตรู
1.ด้วงเจาะหน่อไผ่ โดยทั่วไปยังไม่มีการระบาดถึงระดับเศรษฐกิจ
2.หนู กัดกินและทำลายหน่อไม้ เกษตรกรผู้ปลูกสามารถดูแลและควบคุมได้ และยังไม่มีการระบาดถึงระดับเศรษฐกิจ

ไผ่ออกดอกแล้วแห้งตาย (ไผ่เป็นขี)
-สาเหตุ เกิดจากเหล่ากอต้นพันธุ์มีอายุมาก ซึ่งการนำมาขยายพันธุ์ไม่ทราบว่ากี่ชั่วอายุแล้ว
-การแก้ไข ถ้าหากต้นที่ปลูกไปแล้วออกดอกให้ขุดทิ้งแล้วปลูกทดแทน

20051071022271gj9.jpg




   


เพิ่มเติมแหน่จักหน่อยครับ ขอบคุณหลายๆสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมครับ ข้าวปั้น

การทำหน่อไม้ดอง(หน่อไม้ส้ม)

หน่อไม้ดอง(หน่อไม้ส้ม)
วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต : หน่อไม้, เกลือ, น้ำ
อุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต : โอ่ง, มีด, กะละมัง, ตะแกรง
วิธีการทำ
1. ปอกเปลือกหน่อไม้
2. นำมาหั่น หรือ สับ
3. แช่น้ำเกลือ ประมาณ 1 คืนแล้วนำเอาน้ำออกทิ้งไว้ 2 ชั่วโมง
4. นำมาคลุกเกลือเม็ดใส่กะละมังทิ้งไว้ 2ชั่วโมง
5.นำไปใส่โอ่ง หรือปี๊บทิ้งไว้ 4-5 คืน แล้วใส่น้ำให้เต็มโอ่งปิดฝาถ้าน้ำลดก็เติมน้ำให้เต็ม


ขั้นตอนการดองหน่อไม้ให้ได้คุณภาพและเก็บไว้กินนาน ๆ

ขั้นตอนการดองหน่อไม้สูตรเฉพาะตัวว่า มี 4-5 ขั้นตอน เริ่มจากการสร้างบ่อซีเมนต์ที่ใช้แช่ถังหน่อไม้ดอง ขั้นที่สอง การนำหน่อไม้ดองที่หั่นเป็นชิ้นบาง ๆ มาแช่น้ำเกลือ ในอัตราส่วน เกลือเม็ด 4 กิโลกรัม แช่ลงในน้ำ 60 ลิตร ซึ่งต้องแช่ทิ้งไว้ค้างคืน 1 คืน ขั้นที่สาม การบรรจุหน่อไม้ลงถังพลาสติก นำหน่อไม้ที่แช่น้ำเกลือเสร็จแล้ว มาล้างให้สะอาดผึ่งไว้ให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นนำมาบรรจุลงในถังพลาสติก ซึ่งต้องใส่ลงในถุงพลาสติกก่อนและผูกปากถุงให้แน่น ปิดฝาเกลียวให้สนิท ขั้นที่สี่ การนำถังดองหน่อไม้แช่น้ำในถังซีเมนต์ที่เตรียมไว้ วิธีการแช่ต้องคว่ำถังเอาปากถังด้านที่ฝาปิดลง แรงดันในถังจะช่วยดันอากาศออกไป ทำให้น้ำไม่สามารถเข้ามาในถังได้ การแช่น้ำต้องให้น้ำท่วมมิดถัง จึงต้องใช้หินก้อนใหญ่ ๆ วางทับไว้บนถัง และขั้นสุดท้าย การนำหน่อไม้ดองออกจำหน่าย เมื่อดองหน่อไม้ได้ประมาณ 15 วัน สามารถนำออกขายได้เลย ทั้งนี้ต้องนำหน่อไม้ในถังพลาสติกออกมาแช่น้ำทิ้งไว้ในตุ่ม 3-4 ชั่วโมงก่อน เพื่อให้สามารถล้างทำความสะอาดได้ง่าย จากนั้นนำไปบรรจุลงปี๊บ โดยใช้ถุงพลาสติกกรุด้านในก่อนและใช้กระดาษปิดด้านบนเพื่อป้องกันสิ่งสกปรก บรรจุ ปี๊บละ 20 กิโลกรัม จากนั้นนำไปส่งให้ลูกค้าขายส่งได้เลย


เคล็ดลับต้องเลือกชนิดของหน่อไม้ให้พอเหมาะกับเวลาที่ดอง

"การดองหน่อไม้ให้อร่อยต้องดูว่าเป็นหน่อไม้อะไร ถ้าเป็นหน่อไม้ป่าต้องดองนานเป็นเดือนขึ้นไป หรือข้ามปีได้ยิ่งดี รสชาติจะไม่ขื่น เหนียวไม่เปื่อยยุ่ย ถ้าเป็นหน่อไม้ไผ่ตงใช้เวลาเพียง 3-7 วัน จะรับประทานได้แล้ว แต่ปกติทั่วไปทั้งสองชนิดจะดอง ประมาณ 15 วัน หน่อไม้ที่ไม่ควรนำมาดองเลยคือไผ่สีสุก เพราะเนื้อจะหยาบไม่อร่อยและเน่าง่าย ที่สำคัญควรเลือกหน่อไม้เนื้อแน่น ๆ ส่วนการแช่น้ำให้มิดจะช่วยให้หน่อไม้ดองมีสีขาวสวย ดูสะอาด น่ากิน และที่ต้องระมัดระวังมากในการดองคือ ไม่ให้น้ำเข้าเด็ดขาด เพราะจะทำให้หน่อไม้เน่าเสีย ต้องทิ้งทั้งหมด ขาดทุนแน่นอน"

หน่อไม้ดองเปรี้ยว
ส่วนผสม
หน่อไม้ไผ่ตงปอกเปลือกออกแล้ว 1 กิโลกรัม
เกลือป่น 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1.ไสหน่อไม้เป็นแผ่นบาง ๆ ตามขวาง ถ้าหน่อไม้หน่อใหญ่ผ่าครึ่งหน่อ แล้วจึงไสหรือสับหยาบ ๆ ล้างน้ำทิ้ง 2 - 3 ครั้ง แล้วแช่ค้างคืน 1 คืน
2. นำหน่อไม้ขึ้นผึ่งให้สะเด็ดน้ำ แล้วจึงเคล้าหน่อไม้กับเกลือ และแป้งข้าวเจ้าให้ทั่ว แล้วใส่ในโอ่งหรือขวดปานกลาง กดให้แน่น ใช้ใบตองปิดปากขวด ถ้าใส่โอ่งก็ใช้ก้อนหินทับอีกที หมักไว้ประมาณ 50 วัน จึงรับประทานได้

 

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

ปิด

เว็บมาสเตอร์แนะนำ

อีสานตุ้มโฮมเรดิโอ
สถานีวิทยุออนไลน์อีสานตุ้มโฮมเรดิโอ ชุมชนคนอีสานออนไลน์ ฟังเพลง ลูกทุ่ง หมอลำ หมอลำกลอน หมอลำเก่าๆ เพลงเพื่อชีวิต เพลงฮิตตลอด 24 ชั่วโมง

ดู »

ฟังเพลงออนไลน์|แชทเรดิโอ|หมอลำกลอนออนไลน์|รูปแบบข้อความล้วน|ISANTUMHOME.COM

GMT+7, 2014-9-2 03:52 , Processed in 0.020227 second(s), 13 queries , Xcache On.

อีสานตุ้มโฮม.com Powered by Discuz! X2

© 2001-2011 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน